ตัวแทนจำหน่าย

 

 

กระทู้ล่าสุด

ไม่มีกระทู้แสดง

 

รวม Link

จองตั๋วรถไฟ ON LINE


 

สถิติผู้เข้าชมเว็ป

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday366
mod_vvisit_counterYesterday820
mod_vvisit_counterThis week1186
mod_vvisit_counterLast week6776
mod_vvisit_counterThis month5978
mod_vvisit_counterLast month28953
mod_vvisit_counterAll days317800

We have: 1 guests, 1 bots online
Your IP: 38.107.179.207
Today: 07 ก.พ. 2012 14:33
 
PDF พิมพ์ อีเมล

คลิกนอกกรอบ

ร้านค้าที่ดีไม่ต้องมีร้าน

เดี๋ยว นี้กลยุทธ์การทำธุรกิจพัฒนาไปมาก แต่เป้าหมายหลักๆ คือ จะทำอย่างไรก็ได้เพื่อ "ลดต้นทุน" ให้และต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ตัวอย่างนี้เห็นได้จาก "ซีพี เฟรชมาร์ท" ที่ปูพรมเปิดร้านค้าจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปชนิดผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดเลยที เดียว

หลายคนอาจแปลกใจ ที่ซีพี เฟรชมาร์ท เป็นธุรกิจในเครือซีพี ฟูดส์ อยู่ใต้ร่มใหญ่ของ ซีพี อีกทีหนึ่ง แต่แทนที่บริษัทแม่จะเอาเงินมาจมด้วยการซื้อตึก ซื้ออุปกรณ์ในร้าน แต่กลับใช้วิธีการเช่าแทน ตั้งแต่เช่าตึก เช่าอุปกรณ์ในการจำหน่าย ตู้แช่ เครื่องคิดเงิน ล้วนแล้วแต่เช่า ทั้งสิ้น

จึงไม่แปลกใจแต่ละสาขาของ ซีพี เฟรชมาร์ท สามารถคืนทุนได้ภายใน 6 เดือน เมื่อไม่มีภาระเรื่องเงินทุนมากก็สามารถขยายสาขาได้รวดเร็ว

ใครอยาก จะลงทุนแทนที่จะใช้วิธีกู้เงินมาซื้อก็อาจจะใช้วิธีเลียนแบบยักษ์ใหญ่ได้


นอก จากวิธีการลดต้นทุนแล้ว ยังมีอีกหลายวิธีที่ก้าวไปถึงขั้นที่ไม่ต้องเสียค่าเช่าเพราะ ไม่ต้องมี "ร้านค้า" แต่จะใช้วิธีขนสินค้าตะลอนไปตามแหล่งชุมชน เช่น ตลาดนัด แต่ที่ยกระดับขึ้นมาหน่อยก็อาจจะใช้วิธีไปกับบรรดาออร์แกไนซ์จัดงานแฟร์ตาม ห้างสรรพสินค้า ตามงานแสดงสินค้าต่างๆ

หลายรายก็ประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อเทียบกับ "ค่าเช่า" ในงานแสดงสินค้า ที่ออกไปตามงานต่างๆ อาจจะแพงหน่อยแต่ก็คุ้ม เพราะไม่ต้องเอาเงินไปจมกับการลงทุนตั้งร้านและอาจเสี่ยงกับการไม่มีคนหาก เลือกทำเลผิด

การทำธุรกิจเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องมีร้านค้าแล้ว เหมือนนักการตลาดคนหนึ่งเคยบอกให้ฟังว่า "ร้านค้าที่ดีต้องไม่มีร้านค้า" ซึ่งมีหลากหลายวิธี อย่างการออกงานแสดงสินค้าต่างๆ ตามห้างสรรพสินค้า ในงานแสดงสินค้าต่างๆ อย่างที่กล่าวมาแล้ว

นอกจากนี้ บางคนก็ใช้ติดต่อค้าขายกันทางโทรศัพท์แล้วนำสินค้าไปส่ง เช่น ธุรกิจ "ดีลิเวอรี่" ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม ตอนนี้ร้านอาหาร "ปิ่นโตมือถือ" กำลังฮิตมีเปิดกันทั่วไป ตั้งแต่ร้านอาหารมีชื่ออย่าง เอสแอนด์พี จนถึงครัวทั่วๆ ไปบางแห่งก็เปิดหน้าร้านไว้แต่เขียนป้ายใหญ่โตหน้าร้าน "รับส่งปิ่นโต"

ร้านเหล่านี้ จะอยู่ใกล้สำนักงาน ธนาคารใหญ่ บริษัทใหญ่ๆ ที่พนักงานไม่สะดวกมาทานที่ร้านก็จัดส่งอาหารปิ่นโตให้

แต่ มีไม่น้อยที่เป็นรายเล็กๆ ไม่มี "หน้าร้าน" หรือ "โชว์รูม" ที่จะเปิดขายหรือโชว์รูปร่างหน้าตาอาหาร จะมีเฉพาะครัว สำหรับประกอบอาหารให้ลูกค้า แต่จะใช้วิธีประชาสัมพันธ์ด้วยการทำใบปลิวบอกรายการอาหาร ราคา มีภาพรูปร่างหน้าตาอาหารให้ดูน่าทานแจกจ่ายไปยังออฟฟิศสำนักงานต่างๆ โดยมีพนักงานมอเตอร์ไซค์ บริการส่งถึงที่

ตลาดอาหารปิ่นโตเป็น ตัวอย่างที่ดีของการทำธุรกิจที่ไม่ต้องมีร้าน ตลาดนับวันยิ่งโต มีตัวเลขของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า อาหารแบบ "ปิ่นโตมือถือ" ในเมืองไทย มีมูลค่าถึง 5 พันล้านบาท อัตราการเติบโตของธุรกิจนี้ในปี 51เพิ่มขึ้นจากปี 50 ร้อยละ 15 เลยทีเดียว

"คุณภูวนาถ อินทราทิพย์" หุ้นส่วนร้านสิริกร เดลิเวอรี่ ผู้ประกอบการด้านอาหารส่งตรงถึงบ้าน บอกว่า การทำธุรกิจร้านอาหาร ไม่จำเป็นต้องเปิดเป็นร้านเท่านั้น เพราะมีทางเลือกอื่นซึ่งเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า ไปสู่ลูกค้าได้เหมือนกัน ธุรกิจประเภทนี้ไม่ต้องลงทุนอะไรมากเท่ากับเปิดเป็นร้าน ขอให้ฝีมือการทำอาหารและจัดการให้ดีพอ

แต่บางคนก็อาจจะใช้วิธีแบบ "โมบาย" ตกแต่งรถให้ดูดีแล้วตระเวนขายไปหาผู้บริโภค รูปแบบนี้มีทำกันมานานนับสิบๆ ปี แต่ตอนหลังมีการพัฒนารูปแบบมีการจัดการให้เป็นระบบอย่างเช่น "รถจำหน่ายข้าวสารตรานาดี"

รถโมบายขายข้าวสาร "ตรานาดี" ของห้างหุ้นส่วนจำกัด วิรัชทุ่งสง จำหน่ายข้าวสารมานาน 30 ปี จนเป็นผู้จำน่ายข้าวสารรายใหญ่ที่สุดของภาคใต้ โดยจำน่ายทั้งปลีกและส่ง ได้รับการยอมรับอย่างดีจากลูกค้าในภาคใต้

เมื่อทำธุรกิจได้รับการ ยอมรับนับถือจึงมีแผนบุกเมืองกรุงเพราะมองเห็นโอกาสที่ตลาดเมืองกรุง มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 10 ล้านคน นับว่าตลาดใหญ่มาก แต่ที่ต้องใช้กลยุทธ์ "รถโมบาย" แทนที่จะจำหน่ายผ่านดิสเคานท์สโตร์ ห้างสรรพสินค้า เพราะ "ค่าการตลาดสูง" แถมลูกค้าต้องหิ้วข้าวสารกลับ ซึ่งมันหนักไม่สะดวก

การ ใช้วิธีส่งถึงบ้านจะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากกว่า และยังประหยัดค่าการตลาดทำให้ราคาข้าวสารที่ขายผ่านรถโมบายถูกกว่าข้าวสาร ที่จำหน่ายในห้างสรรพสินค้าถึง 20 เปอร์เซ็นต์

แต่เพื่อให้การ บริการสามารถครอบคลุมผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง ทางผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด วิรัชทุ่งสง จึงใช้วิธีการหาผู้ลงทุนร่วม โดยกำหนดไว้แค่เขตละ 1 รายทั่วกรุงเทพฯ โดยให้สิทธิ์ส่งสินค้าให้กับร้านโชห่วย ร้านค้าในหมู่บ้าน ร้านอาหารหรือบ้านพักอาศัย

หากไม่มีทุนที่จะไปทำโมบายขายข้าวสาร อาจจะทำโมบายขายกาแฟสด อย่าง "คุณสุเมธ แจ้งประจักษ์" หนุ่มวัย 41 ปี ผู้มีหัวใจรักงานบริการ ที่ประสบความสำเร็จจากการใช้รถตู้ชูจุดขาย "โมบายค็อฟฟี่" โดยซื้อรถตู้แบบโบราณแต่ตกแต่งให้ดูดี มีทั้งบาร์และเคาน์เตอร์ กลายเป็นร้านกาแฟเคลื่อนที่สุดหรู ด้วยรูปลักษณ์การตกแต่งที่ดูดี เวลาองค์กรหรือบริษัทต่างๆ จัดงานแสดงสินค้า ก็มักจะเชิญไปออกร้าน สร้างสีสัน โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย

หรือ เวลามีงานใหญ่ๆ คนเยอะๆ คุณสุเมธก็เอารถไปจอดอยู่ใกล้ๆ ไม่ต้องเสียค่าเช่า แต่บางครั้งก็จะเอาไปจอดตามที่ชุมชน หรือตระเวนไปต่างจังหวัดไกลๆ ก็เคยแต่ต้องวางแผนตารางงานอย่างดี เพื่อให้คุ้มค่ามากที่สุด

นอกจาก ความโดดเด่นของการตกแต่งรถ แล้วรสชาติของกาแฟต้องอร่อยจึงจะอยู่ได้ เมื่อมีสองสิ่งนี้ การประชาสัมพันธ์ก็ไม่ยากเพราะลูกค้าก็จะบอกต่อกันทั้งปากต่อปากและโพสต์ลง ในสื่ออินเตอร์เน็ต ชื่อเสียงของโยเกิร์ตคอฟฟี่จึงรู้จักอย่างรวดเร็ว

ไม่ ต้องบอกว่าขายวันละเท่าไหร่ รู้แต่ว่าถ้าบอกแล้วหลายคนอาจจะคิดไม่ถึงเลยทีเดียว

แต่อีกวิธี หนึ่ง อาจจะเป็นลักษณะ "ขายส่งวัตถุดิบ" เหมือนอย่างกรณีของ "มัณฑนาขนมถ้วยมะพร้าวอ่อน" ที่มี "คุณธีรวุธ ศรีธนาอุทัยกร" เจ้าของ มัณฑนาขนมถ้วยมะพร้าวอ่อน เริ่มจากลองทำกิน มาเป็นวางขายโดยเช่าพื้นที่ริมถนน นึ่งขายกันสดๆ ลูกค้าผ่านไปผ่านมาซื้อติดไม้ติดมือถ้วยละ 2 บาท

เมื่อธุรกิจเริ่ม เติบโต ก็ขยับขยายไปเช่าร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารจานด่วน โดยเลือกร้านอร่อยๆ กลับยิ่งขายดีทำไม่ทันขาย จนต้องขยับขยายร้านออกเป็น 7-8 แห่ง ต้องรับคนมาเพิ่มแต่มีปัญหา เพราะลูกน้องมีทั้งดีและไม่ดี จึงตัดปัญหา ให้ลูกน้องเป็นนายตัวเองรับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบค่าเช่า ดูแลบริหารจัดการร้านเอง ส่วนอุปกรณ์ วัตุดิบทางคุณธีรวุธจัดการให้

เรียก ว่า "วิน วิน" ทั้งคู่ ปรากฏว่า ลูกน้องกลับกระตือรือร้นเพราะเป็นธุรกิจของเขาเอง

ทุกวันนี้ ธุรกิจของคุณธีรวุธมีหน้าที่ "ส่งวัตถุดิบขนมถ้วย" ให้กับผู้ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ด้านหนึ่งเพื่อขจัดความยุ่งยากจากการบริหารจัดการลูกน้อง แต่อีกด้านหนึ่งทำให้ "มัณฑนาขนมถ้วยมะพร้าวอ่อน" ขยายตลาดเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ธุรกิจขยายตัวตามไปด้วย

จาก เดิมมีแค่พื้นที่ในบ้าน ปัจจุบันขยายเป็นโรงงานเล็กๆ มีแรงงานถึง 20 คน เริ่มแรกๆ มีแค่ "แป้งสูตรน้ำ" ส่งกับลูกค้าในกรุงเทพฯ ปัจจุบันมี "แป้งสูตรผง" สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดเพราะสามารถเก็บได้นาน ตอนนี้ลูกค้ามีกระจายกันอยู่ทั่วประเทศ สร้างรายได้วันละเป็นหมื่นบาท

ความ จริงการทำมาค้าขาย ที่ไม่ต้องมีร้านยังมีอีกหลายรูปแบบ บางคนอาจจะทำตัวเป็น "โบรกเกอร์" เป็นคนกลางระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค อย่างมีน้องคนหนึ่ง (ไม่ยอมให้เผยชื่อ) มีธุรกิจส่ง "วุ้นกรอบ" เจ้าอร่อยให้กับร้านค้าอีกทีหนึ่ง แค่ส่งสินค้าตัวเดียว ยังสามารถอยู่ได้อย่างสบาย

หากมีความมุ่งมั่น ใจกล้า ช่างคิดสักหน่อยก็สามารถมีธุรกิจของตัวเองได้อย่างสบาย เรื่องทุนมาทีหลัง แต่หลายๆ คนที่คิดจะทำธุรกิจ ส่วนมากมักจะคิดถึงเรื่องทุนก่อน ก็เริ่มไม่ได้สักที

เห็นมั้ยว่า ร้านค้าที่ดีไม่ต้องมีร้าน ก็ได้

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่16 ฉบับที่257