|
คิดอย่างนักบริหาร
สาโรจน์ มณีรัตน์
ความสำเร็จไม่ได้หล่นจากฟ้า
ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า "ตัน ภาสกรนที" ผู้บริหารของโออิชิ กรุ๊ป เป็นนักธุรกิจคนหนึ่งที่ใช้กลเกมทางธุรกิจวูบวาบพอสมควร
เสมือนกราฟชีวิต
บางครั้งขึ้นสูงสุด และบางครั้งก็ลงต่ำสุดเช่นกัน
เพียง แต่การลงจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท โออิชิ กรุ๊ป ครั้งนี้ "ตัน" อาจไม่เจ็บปวดเท่ากับธุรกิจอื่นในอดีต แต่ลึกลงไปในใจก็เชื่อแน่ว่าเขาคงรู้สึกเบาโหวงอยู่ไม่น้อย
เพราะโอ อิชิ กรุ๊ป เป็นธุรกิจที่เขาสร้างมากับมือ ทั้งสร้างจากศูนย์ จนกลายเป็นคำพูดติดปากว่า ถ้าจะเรียก "ตัน" ต้องเรียก "ตัน โออิชิ" ถึงจะรู้จักมากกว่า "ตัน ภาสกรนที"
ที่สำคัญ โออิชิ กรุ๊ป เป็นธุรกิจที่เขาสร้างมากว่า 11 ปี จนเมื่อ 5 ปีให้หลังนี่เอง ที่ทางไทยเบฟเวอเรจฯ เข้ามาถือหุ้น โดยเขาเองยังคงนั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ
แต่เมื่อไม่กี่วันผ่านมา "ตัน" กลับประกาศวางมือจากโออิชิ กรุ๊ปทุกตำแหน่ง โดยให้เหตุผลว่า...ถ้าใบไม้เก่าไม่หล่น ใบไม้ใหม่ก็ไม่ขึ้นมาแทน การทำธุรกิจวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก คนรุ่นใหม่มา เราก็ต้องไป
"อย่างวันนี้ เราพูดถึงการปรับองค์กร สิ่งแรกเลยคือต้องเริ่มที่ผมก่อนเป็นคนแรก ผมว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ดีเสมอสำหรับทุกอย่าง"
"11 ปีที่อยู่กับโออิชิมา คงไม่มีใครอยากจากกัน แต่เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราก็ต้องปล่อยไป อย่ายึดติด เหมือนลูก-เมีย วันหนึ่งไม่ใครก็ใครต้องจากกันไปก่อน ฉะนั้น เราอย่ายึดติดกับการทำธุรกิจในยุคนี้ นวัตกรรมมันเปลี่ยนแปลงเร็ว เมื่อต้องเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน"
นอกจากนั้น "ตัน" ยังพูดถึงความเป็นเจ้าของที่แปรเปลี่ยนไป เพราะเราขายความเป็นเจ้าของไปแล้ว แต่ผมไม่ได้ขายความสูงสุดให้ใคร หลังจากนี้ต่อไป ผมคงเอาส่วนหนึ่งไปให้กับครอบครัวมากขึ้น
"ถึงแม้จะอยู่ในตำแหน่งใด ก็ตาม สักวันหนึ่งทุกคนก็ต้องถึงทางลง การทำธุรกิจไม่มีอะไรยั่งยืนถาวร เหมือนกับต้นคริสต์มาส ตอนช่วงใกล้สิ้นปี ใบไม้จะมีสีแดงทั้งต้น แต่พอหลังจากนั้น ใบไม้จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียว ต้นไม้ก็เหมือนกับชีวิตคนเรา"
ซึ่งฟังดูแล้ว ก็ให้เกิดความรู้สึกว่า "ตัน" อาจไม่ยึดติดกับธุรกิจที่เขาสร้างมากับมือ เพราะยังมีอีกหลายธุรกิจ และที่ดินอีกหลายแปลง ที่เขาน่าจะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่อไปในอนาคต
แต่ ทว่าลึกลงไปในใจ ใครๆ ก็เชื่อแน่ว่าเขาคงเสียใจไม่น้อย เพราะอย่างที่ทุกคนทราบ เมื่อนึกถึงชาเขียวโออิชิ ร้านอาหารญี่ปุ่น ทุกคนก็จะนึกถึง "ตัน ภาสกรนที" หรือ "ตัน โออิชิ" คนนี้เท่านั้น
แต่ กระนั้น เมื่อมาฟังคำแถลงข่าวในบรรทัดต่อไป ก็พอจะเห็นภาพว่า "ตัน" น่าจะกรุยทางธุรกิจอะไรสักอย่าง เพราะขณะนี้ครอบครัวภาสกรนทีมีธุรกิจที่ต้องดูแลประกอบด้วยโรงแรมวิลล่ามา ร็อก อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
สนามกีฬาอารีน่าเท็น ทองหล่อ, พื้นที่ให้เช่าในจังหวัดลพบุรี
ร้าน Melt me Healthy chocolate & Gelato, ร้านส้มตำ Zaap
นอกจากนั้น "ตัน" ยังมีที่ดินอีก 7-8 แปลงบริเวณถนนสุขุมวิท
"ผม ไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร ซึ่งเมื่อก่อนตอนผมเป็นลูกจ้างจะพูดว่าทำ 4 ได้ 1 หรือทำเยอะได้น้อย แต่วันหนึ่ง ผมเป็นนายจ้างก็ต้องพูดใหม่ว่าทำน้อยได้เยอะ แต่ในอนาคตผมจะทำ 100 เพื่อให้ได้ 100"
ซึ่งน่าจะเป็นคำพูดที่เป็นจริง เพราะเท่าที่ดูจากประวัติชีวิตผ่านมา "ตัน" ถือได้ว่าเขาเป็นนักธุรกิจคนหนึ่งที่เริ่มต้นชีวิตจากศูนย์
"พอ เรียนจบ ม.ศ.3 อายุ 17 ปี ผมตัดสินใจลาออกมาทำงานเลย ผมเป็นคนเรียนหนังสือไม่เก่ง แต่มีจิตใจอยากเป็นนักธุรกิจ ตอนเด็กๆ เห็นคนทำงาน แล้วอยากทำ เวลาปิดเทอม ผมจะไปช่วยเสิร์ฟบะหมี่ ไปช่วยเขาลวกบะหมี่ ไปขายเฉาก๊วย ผมชอบทำงาน มีความสุขในการทำงาน ไม่เคยคิดว่าเหนื่อย ทำได้เรื่อยๆ"
"ตอนนั้น ผมรู้สึกสู้เพื่อนไม่ได้ ผมบอกเพื่อนว่าผมไม่เรียนแล้ว ผมจะออกไปทำธุรกิจ อีก 10 ปีข้างหน้า ผมจะมาพบเพื่อน พอ 10 ปีผ่านไป ผมก็กลับไปหาเพื่อนที่สนิทกัน ผมก็ยังสู้เขาไม่ได้อยู่ดี เพราะบางคนมีธุรกิจใหญ่กว่าผม แต่ผมดีกว่าเดิมเยอะ"
ตรงนั้นจึงเป็น แรงผลักให้ "ตัน" ทำงานหนักกว่าคนอื่น เพราะเขาเชื่อว่าความสำเร็จไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้า แล้วเราออกไปเก็บได้ ฉะนั้น เราจึงต้องทำงานหนัก ให้มากกว่าคนอื่น
"ผมเริ่มต้นทำงานด้วย เงินเดือน 700 บาท ทำงานส่งของ แบกของมาเรื่อย จนมีโอกาสเป็นพนักงานขาย พอผมออกจากพนักงาน ธุรกิจแรกที่ผมเริ่มคือแผงขายหนังสือพิมพ์ ช่วงแรกๆเหนื่อย เพราะเราแลกด้วยเหงื่อ เราไม่มีทุน"
"พอออกมาเปิด แผงขายหนังสือ ผมนำเงินไปซื้อหนังสือรอบแรก หมดตังค์ตั้งแต่ห้าหมื่นแรกเลย เพราะฝนตก หนังสือเปียกน้ำทั้งหมด เจ๊งตั้งแต่วันที่ยังไม่เปิดร้าน แต่ผมไม่ยอมแพ้ เอาใหม่ ผมอยู่ได้ด้วยการทำงานมากกว่าคนอื่น อย่างร้านหนังสือที่อยู่ข้างผม เขาขาย 8 ชั่วโมง แต่ผมขาย 18 ชั่วโมง"
"เขา ตื่น 7 โมงเช้า แต่ตี 5 ผมตื่นมาขายแล้ว คุณปิด 2 ทุ่ม แต่ผมปิดตี 2 ปิดแค่ 3 ชั่วโมง ลูกค้ามาผมก็ขาย ลูกค้าไม่มา ผมก็เดินไปหาลูกค้า ผมจึงคิดว่า หนทางเดียวที่จะประสบความสำเร็จ คือต้องทำให้มากกว่าคนอื่น"
กรอบแนว คิดนี้ เมื่อ "ตัน" หันมาทำร้านกิ๊ฟต์ช็อป, ร้านกาแฟ, ร้านอาหาร เขายังคงทำงานหนักเหมือนเดิม ทว่าต่างกันที่ว่ากรอบของการดำเนินธุรกิจอาจมีความแตกต่าง
ยิ่งเฉพาะ เมื่อเขามาเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิ บริเวณทองหล่อ เขาก็ยังเป็น "ตัน" ที่ยังคงทำงานอย่างทุ่มเท เพียงแต่ครั้งนี้ เขาหันมาสร้างระบบทีมมากขึ้น
"เรา ต้องทำงานเป็นมืออาชีพมากขึ้น ถ้าเป็นเมื่อก่อน ยังเป็นบริษัทเล็กๆ ถ้าทำแบบนี้ไม่ดี เพราะไม่คล่องตัว หรือถ้าเป็นบริษัทใหญ่ แล้วผมยังทำแบบเดิมที่เคยทำ ก็ไม่ดี เพราะเรารู้คนเดียว และไม่มีแผนรองรับ ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เงินสักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้งานจะถูกวางแผนทั้งปี"
จึงทำให้เขาขยายสาขาออกไปอย่างไม่รู้จบ
เริ่ม ตั้งแต่สาขาแรก จนถึงวันนี้เขามีร้านอาหารทั้งหมด 111 สาขา ธุรกิจเครื่องดื่ม ได้แก่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มชาเขียวคือโออิชิ กรีนที, อะมิโน พลัส และกาแฟพร้อมดื่มค็อฟฟี่โอ
ซึ่งจะว่าไป "ตัน" ใช้เวลาเพียง 11 ปีเท่านั้น ที่เขากรุยทางธุรกิจจนเข้าตลาดหลักทรัพย์ จนมีมูลค่าธุรกิจหลายพันล้านบาทต่อปี
ผล เช่นนี้ จึงทำให้เกิดความสงสัยว่า แล้วนับตั้งแต่ไทยเบฟเวอเรจฯ เข้ามาถือหุ้นในโออิชิ กรุ๊ป ผลประกอบการยังคงดีต่อเนื่องอยู่หรือไม่
คำตอบคือ
"ภาย ในระยะเวลา 5 ปี ที่กลุ่มไทยเบฟเวอเรจฯ เข้ามาซื้อหุ้น ผลประกอบการของโออิชิเติบโตตามเป้าหมาย เฉลี่ยมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ทุกปี โดยปี 2549 มียอดขาย 3.95 พันล้านบาท กำไร 189 ล้านบาท ปี 2550 รายได้เพิ่มเป็น 4.68 พันล้านบาท กำไร 558 ล้านบาท ปี 2551 รายได้ 5.99 พันล้านบาท กำไร 592 ล้านบาท"
ขณะที่ปี 2553 "ตัน" มั่นใจว่ารายได้โออิชิน่าจะทะลุถึง 8,000 ล้านบาท
คำ ถามจึงเกิดขึ้นว่าเพราะอะไร? ทำไม? เขาจึงลาออกจากทุกตำแหน่งของโออิชิ กรุ๊ป คงเหลือเพียงหุ้นที่ถืออยู่สัดส่วน 3.5 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 6,562,500 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 459.37 ล้านบาทเท่านั้น
คำถามที่ต้องการคำตอบนี้คงมีแต่ "ตัน ภาสกรนที" เท่านั้นที่ตอบได้
แต่ กระนั้น ถ้ามองภาพตั้งแต่ต้น จนกระทั่งถึงปัจจุบัน คงพอจะเป็นคำตอบอยู่บ้างว่าในทุกๆ ธุรกิจที่เขาทำผ่านมา เขาทำเพื่อต่อยอดในทางธุรกิจทั้งสิ้น
ทั้งยังเปลี่ยนเกมธุรกิจเหมือนกับกราฟชีวิต
ที่บางครั้งขึ้นสูงสุด
บางครั้งลงต่ำสุด
เพียง แต่กราฟชีวิตของ "ตัน" ครั้งนี้ เขาไม่ได้ลงต่ำสุดเหมือนอดีตอีกต่อไปแล้ว เพราะเขามีต้นทุนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์อยู่พอสมควร
ที่พร้อมจะผุดโปรเจ็กต์ใหม่ออกมาเสมอ
ซึ่ง ก็เชื่อแน่ว่า โปรเจ็กต์ที่เขาจะลอนช์ออกมานั้น อย่างน้อยคงจะต้องสร้างความฮือฮาให้กับตลาดพอสมควร เพราะอย่างที่ทราบ "ตัน" เป็นคนขยัน และพร้อมจะทำงานหนัก
ทั้งยังเชื่อว่า ความสำเร็จไม่ได้หล่นจากฟ้า
แล้วเรื่องอะไรเขาจะอยู่เฉยๆ เพื่อให้ความสำเร็จมาเยือน?
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 16 ฉบับที่ 259 |