เมื่อประมาณสิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมามีการเปิดเผยอันดับความสามารถทาง ความพร้อมและศักยภาพในการแข่งขันด้านไอทีของประเทศไทยซึ่งอันดับออกมาไม่ ค่อยดีเท่าไหร่ ยิ่งเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียน ข่าวนี้น่าจะทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเกิดความวิตกกังวลกันไม่มากก็น้อย ว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดี โดยแนวทางหลักที่ทางภาครัฐช่วยวิเคราะห์ให้ก็คงไม่พ้นให้ครูพยายามสอนให้ดี ขึ้น เน้นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเพิ่มภาษาอังกฤษ ซึ่งดูแล้วก็เป็นแนวทางเดียวกันกับที่ทางรัฐแนะให้สาขาวิชาชีพอื่นเร่งพัฒนา รับการเปิดอาเซียนทุกประการ
โดยตามข่าว มีการยกตัวอย่างอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ว่าจากบัณฑิตปีละ 50,000 คน ด้าน “ไอที” มีจำนวนแรงงานที่เข้าทำงานด้าน “ซอฟต์แวร์” ได้เพียง 5,000 คน ทำให้ไม่พอและยังต้องการการอบรมเพิ่มเติมอีก 6-12 เดือนจากทางบริษัท ซึ่งนับว่าเพิ่มต้นทุนให้กับบริษัทอย่างมาก พอฟังถึงตรงนี้หลายท่านคงจะสนใจว่าแล้วอีก 45,000 คนไปทำอะไรที่ไหนล่ะ หรือว่าคุณภาพน้อยจนตกงานกันหมด ซึ่งตรงนี้จากข่าวก็ไม่ได้กล่าวถึงแต่อย่างใด
อันที่จริงแล้ว การจะเหมาว่าบัณฑิตด้านไอที หรือเรียกเต็ม ๆ ให้ครบคงเรียกว่าไอซีทีนั้น จะต้องทำงานอุตสาหกรรม “ผลิต” ซอฟต์แวร์ได้หมดนั้น คงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอย่างมาก เพราะว่าไอซีทีนั้นเป็นอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนาและเติบโตเร็วที่สุดอย่าง หนึ่งของโลก และมีความหลากหลายแตกแยกไปหลายแขนงและทุกวงการ เช่น หากเน้นแค่สายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตอย่างเดียวก็ มี “อาชีพ” ที่มีลักษณะงานที่แตกต่างกันหลายร้อยอาชีพ
ตัวอย่างเช่น ผู้ดูแลเครือข่าย ผู้ผลิตอุปกรณ์ นักพัฒนาเว็บไซต์ ไปจนถึงช่างเทคนิคดูแลเครื่องแม่ข่าย ฯลฯ และจากการที่อุตสาหกรรมนี้มีการพัฒนาตลอดเวลา สมบัติอย่างหนึ่งของคนในวงการนี้คือความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาของไอซีทีไปเรื่อย ๆ และยังต้องเพิ่ม “ทักษะ” หรือ “ประสบการณ์” ของตนเองไปเรื่อย ๆ และ มี “ความสนใจใคร่รู้จริงจัง” ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งด้านไอซีที
ปัจจุบันแรงงานด้านไอซีที นับว่าเป็นสายอาชีพที่ได้รับค่าตอบแทนสูงสุดสาขาหนึ่งในโลก (ถ้าเก่งและหากทำตัวได้อย่างที่กล่าวไว้ย่อหน้าที่แล้ว) โดยเฉพาะหากติดตามข่าวเร็ว ๆ นี้จะพบว่าค่าเฉลี่ย “เงินเดือน” ของมนุษย์ไอทีในซิลิกอนวัลเลย์ หรือเมืองไอทีของอเมริกาสูงเกินหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณสามล้านบาทต่อปี (250,000 บาทต่อเดือน) ไปแล้ว และมีอัตราการขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 25 ต่อปี ซึ่งมากกว่าเมืองอื่นในสหรัฐเกือบร้อยละ 10 ถึงร้อยละ 20 เลย
เช่นเดียวกับเมืองไทยมีผลสำรวจโดยบริษัทอเด็คโก้ ประเทศไทย ว่าค่าเฉลี่ยเงินเดือนของพนักงานจบใหม่ไม่เกินห้าปีที่สูงสุดคือ สาขาไอทีอยู่ที่ 100,000 บาทต่อเดือน (เน้นว่าถ้าเก่ง) สังเกตว่าต่างกันอยู่ 2.5 เท่า ซึ่งหากเจาะย่อยลงไปในอาชีพในไอที ที่อเมริกาที่ได้เงินเดือนสูงสุดนอกจากระดับผู้บริหารแล้วคือวิศวกร ซอฟต์แวร์ (ประมาณ 2,700,000 บาทต่อปี หรือ 225,000 บาทต่อเดือน) ซึ่งเป็นคนอินเดีย อพยพถิ่นฐานไปซะส่วนมาก ในขณะที่ผู้บริหารยังคงเป็นคนอเมริกันหรือคนเยอรมัน ส่วนเมืองไทยนอกจากระดับบริหารก็ตกอยู่ที่อาชีพวิศวกรซอฟต์แวร์เช่นเดียวกัน เฉลี่ยที่ 70,000 บาทต่อเดือน สำหรับตำแหน่งงานประสบการณ์ประมาณ 5 ปี ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องเน้นตรงวงเล็บว่า (ถ้าเก่ง)
ถึงตรงนี้คงคิดว่า ในเมื่อค่าตอบแทนสูงแล้วทำไมผลสำรวจจึงยังออกมาว่าอาชีพนี้ยังขาดแคลนคนเก่ง เป็นเพราะเหตุใดครั้งหน้าจะมาต่อกันครับ.
ผศ.ดร.พิษณุ คนองชัยยศ
ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555




























